เปรียบเทียบ 5 แอปจดรายรับรายจ่ายของคนไทย ปี 2026
บทความนี้เขียนโดยทีม Budgy เอง — เราตั้งใจให้เป็นการเปรียบเทียบที่ตรงไปตรงมาแม้แอปอื่นจะดีกว่าเราในบางจุด ถ้าหา "แอปที่ใช่" ลองอ่านครบ 5 ตัวก่อนตัดสินใจ
สรุปก่อน — เลือกตัวไหนถ้าคุณคือ...
- คนที่ขี้เกียจจดเยอะ → Budgy (AI จัดหมวดให้)
- ลูกค้า KBank อยู่แล้วและอยากเชื่อมบัญชีเดิม → MAKE by KBank
- ใช้แอปการเงินมาหลายปีแล้ว ต้องการครบทุกฟังก์ชัน → Money Lover
- เน้นความสวย แชร์งบกับแฟน → Spendee
- ใช้ฟรีล้วน ไม่อยากผูกบัญชี → Wallet (BudgetBakers)
ตารางเปรียบเทียบ
| ฟีเจอร์ | Budgy | MAKE | Money Lover | Spendee | Wallet |
|---|---|---|---|---|---|
| AI จัดหมวดอัตโนมัติ | ✓ | — | — | — | — |
| สแกนสลิปอัตโนมัติ | ✓ (จากแกลเลอรี) | ✓ (เฉพาะ KBank) | — | — | — |
| นำเข้า PDF Statement | ✓ | เชื่อม KBank โดยตรง | ✓ (Premium) | — | ✓ (Premium) |
| แชทกับ AI | ✓ | — | — | — | — |
| แชร์งบกับเพื่อน/ครอบครัว | ✓ | — | ✓ | ✓ | ✓ |
| ภาษาไทย UI | ✓ | ✓ | ✓ | — | — |
| ใช้ฟรี (รุ่นพื้นฐาน) | ✓ | ✓ | ✓ (จำกัด) | ✓ (จำกัด) | ✓ |
| ราคา Premium | ~$4.99–9.99/เดือน | ฟรี | $24.99/ปี | $1.99/เดือน | $1.49/เดือน |
1. Budgy
เหมาะกับ: คนที่ขี้เกียจจดเยอะ ใช้แอปแล้วเลิกหลายตัว อยากให้ AI ช่วยทำงานแทน
จุดเด่น:
- พิมพ์ "ค่ากาแฟ 60" — AI จัดหมวดและจดให้ ไม่ต้องเลือกเอง
- สแกนสลิปจาก mobile banking ตรวจเจอจากแกลเลอรีอัตโนมัติ
- นำเข้า Statement PDF จาก SCB, Kasikorn, Krungsri, Bangkok Bank และอื่นๆ
- แชทกับ AI ถามเรื่องการเงิน เช่น "เดือนนี้กินข้าวไปเท่าไหร่"
- มีบนทุก platform: iOS, Android, LINE
ข้อจำกัด: เป็นแอปใหม่ (เปิดตัวปี 2025) ฐานผู้ใช้ยังเล็ก รีวิวยังไม่เยอะ — ถ้าชอบแอปที่มีคนใช้เยอะแล้วอาจไม่ตอบโจทย์ทันที
ราคา: ฟรีตลอดไปพร้อมโควต้ารายเดือน + Premium เริ่ม $4.99/เดือน
2. MAKE by KBank
เหมาะกับ: ลูกค้า KBank ที่อยากเห็นทุกธุรกรรมอัตโนมัติโดยไม่ต้อง import
จุดเด่น:
- ฟรีทั้งหมด ไม่มี Premium
- เชื่อมบัญชี KBank ดึงรายการอัตโนมัติแบบเรียลไทม์
- ฟีเจอร์ Cloud Pocket (กระเป๋าย่อย) สำหรับแยกเงินตามวัตถุประสงค์
- UI ภาษาไทยสวยและเข้าใจง่าย
ข้อจำกัด:
- ผูกกับ KBank เท่านั้น — บัญชีธนาคารอื่นต้องจดมือ
- ไม่มี AI จัดหมวด
- ไม่รองรับ statement PDF จากธนาคารอื่น
3. Money Lover
เหมาะกับ: คนที่ใช้แอปการเงินจริงจังมานาน ต้องการครบทุกฟังก์ชัน รวมถึงรายงานเชิงลึก
จุดเด่น:
- ฟีเจอร์ครบที่สุดในตลาด — งบประมาณ, รายงาน, สกุลเงินหลายตัว, แชร์ Wallet
- มีมานาน ฐานผู้ใช้ใหญ่ทั่วโลก
- ใช้บน Web ก็ได้
ข้อจำกัด:
- ต้องจดมือเป็นหลัก ไม่มี AI ช่วย
- UI หนาแน่น มีเมนูเยอะ ใช้ยากกว่าตัวอื่น
- Premium จำเป็นต่อการใช้งานเต็ม ($24.99/ปี = ~830 บาท)
4. Spendee
เหมาะกับ: คนที่เน้นความสวยของ UI แชร์ Wallet กับแฟน/ครอบครัว
จุดเด่น:
- UI สวย กราฟ donut อ่านง่าย
- Shared Wallet ดี — เห็นใครจ่ายอะไรในกลุ่มได้ชัด
- ราคา Premium ถูก ($1.99/เดือน)
ข้อจำกัด:
- ไม่มี UI ภาษาไทย — ต้องสะดวกอ่านอังกฤษ
- ไม่รองรับ statement PDF ของธนาคารไทย
- ไม่มี AI จัดหมวด
5. Wallet by BudgetBakers
เหมาะกับ: คนใช้ฟรีล้วน ไม่อยากผูกบัญชีกับธนาคาร
จุดเด่น:
- ฟรีรุ่นพื้นฐานแทบครบ ไม่ต้องจ่ายก็ใช้ได้นาน
- มี planning tool และ recurring transaction
- Premium ถูกที่สุดในกลุ่ม ($1.49/เดือน)
ข้อจำกัด:
- ไม่มี UI ภาษาไทย
- UI โบราณกว่า Spendee และ MAKE
- Bank sync ของไทยไม่เสถียร
ลอง Budgy ฟรี — ตัดสินใจเองหลังใช้
ใช้ได้ครบทุกฟีเจอร์หลักโดยไม่ต้องจ่ายก่อน Premium ปลดล็อก AI ไม่จำกัด สแกนสลิป statement import และฟีเจอร์อื่นๆ
5 คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนเลือก
- คุณขี้เกียจจดมือไหม? ถ้าใช่ → AI categorization สำคัญ (Budgy)
- ใช้ KBank อยู่แล้วเป็นหลักไหม? ถ้าใช่ → MAKE เป็นทางเลือกฟรีที่ดี
- คุณแชร์งบกับครอบครัว/แฟนไหม? ทุกแอปยกเว้น MAKE รองรับ
- ต้องการ UI ภาษาไทยไหม? ถ้าใช่ → ตัด Spendee และ Wallet ออก
- มี Statement PDF ที่ต้องนำเข้าไหม? ถ้าใช่ → Budgy หรือ Money Lover (Premium)
สรุป
ไม่มีแอปไหนสมบูรณ์แบบ 100% แต่ละตัวเก่งคนละด้าน — สำคัญที่สุดคือ "เริ่มจด" ไม่ว่าใช้แอปไหน วิธีที่ดีที่สุดคือลองใช้ฟรี 1-2 สัปดาห์ แล้วเลือกตัวที่ใช้ต่อได้นาน